Friday, 28 March 2025

Blast from the past

Jack's Point golf club, with the Remarkables range

"คุณเคยมาที่นี่เมื่อก่อนนี้," ผู้จัดการร้านอาหารกล่าวอย่
างเป็นนัย

ร้านอาหารนี้เป็นหัวใจหลักของสนามกอล์ฟและโครงการหมู่บ้านหรูใกล้กับควีนส์ทาวน์ ซึ่งเป็นที่ ที่พ่อแม่ของฉันได้ซื้อบ้านเอาไว้

ผู้จัดการร้านอาหารซึ่งเป็นชาวโปแลนด์ และได้ดูแลพนักงานที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงชาวเอเชียหลายคนที่ทำงานในครัวหรือเสิร์ฟอาหาร เขาบอกเราอย่างภาคภูมิใจ

เขาได้กล่าวคำทักทายและอำลาลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้าน ซึ่งติดกับร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟและแฟชั่น เหมือนมืออาชีพ
The golf club at Jack's Point

ในขณะที่ฉันเคยมาที่นี่เมื่อก่อนก็จริง แต่ปีนี้เป็นการมาเยือนที่นี้อีกครั้งในรอบ 10 ปี

ครั้งสุดท้ายที่ฉันมา พ่อแม่ของฉันเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ที่โครงการหมู่บ้านนั้นที่เรียกว่า แจ็คพอยต์ (Jack's Point) ซึ่งห่างออกจากสนามกอล์ฟไปประมาณห้านาที และถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขา Remarkables

สมัยนั้นยังพัฒนาไม่มากนัก และพวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่เขามาอยู่อาศัยเป็นกลุ่มแรก ๆ ซึ่งแตกต่างจากวันนี้ที่ผ่านมาแล้ว10 ปี เมื่อฉันเห็นบ้านหลายร้อยหลังตั้งอยู่ในเนินเขา

บ้านพวกนั้นสามารถมองลงไปยังที่ร้านอาหารสนามกอล์ฟและสนามหญ้าที่ทอดยาวลงไปถึงทะเลสาบวาคาติปู Wakatipu ด้านล่างนั้น

ก่อนหน้านี้ ขณะที่รออาหารกลางวัน ฉันนั่งอยู่บนโครงสร้างไม้เล็ก ๆ ที่ยื่นออกไปในทะเลสาบขนาดใหญ่ด้านนอกของร้านอาหาร

ฉันจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เราได้มาเยือน: พ่อแม่ของฉัน น้องสาวของฉัน ลูกๆของเขาและฉันนั่งที่โต๊ะข้างนอกเพื่อทานอาหารกลางวัน หลานชายและหลานสาวตัวน้อยของฉันวิ่งเล่นอย่างมีความสุข ขณะที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิต

วันนี้มีเพียงพ่อ แม่ และเรามาทานอาหารในร่ม แม้ว่าฉันจะได้พบกับน้องสาวของฉันในภายหลังของสัปดาห์นี้ที่วานากา Wanaka ซึ่งน้องสาวคนโตได้ซื้อบ้านหลังใหญ่เอาไว้อยู่แถวนั้น

ลูก ๆ ของพวกเขา ซึ่งเป็นเด็กที่วิ่งเล่นกันเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนี้โตขึ้นกันหมดแล้ว โดยมีเพียงคนเดียวที่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียน ส่วนคนอื่น ๆ กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยหรือได้เข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว
Side view of the golf club at Jack's Point

พ่อแม่บอกฉันในภายหลังว่า ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเรา และเทือก Southern Alps ในนิวซีแลนด์นั้นย้อนไปไกลกว่าที่ฉันคิดไว้

"มากกว่า 40 ปีที่แล้ว เราเคยไปเที่ยวนิวซีแลนด์ครั้งแรก พวกแกยังเป็นเด็กเล็กอยู่เลย เรานั่งเรือไปทานอาหารกลางวันที่วอลเตอร์พีค ซึ่งคุณสามารถเห็นได้ทางตะวันตกของทะเลสาบนี้" พ่อแม่กล่าว

"เราชอบนิวซีแลนด์มากจนตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่ในช่วงต้นทศวรรษ 1980," เขาเสริม เมื่อเราสลับชีวิตเก่าในเมืองซิดนีย์กับชีวิตใหม่ในไครสต์เชิร์ชนิวซีแลนด์  ซึ่งห่างจากควีนส์ทาวน์ประมาณหกชั่วโมง

เพื่อนชาวโปแลนด์ของฉันพูดถูก: ฉันเคยไปที่นั่นมาก่อน
The jetty where I did my musing
ขณะที่ฉันนั่งมองทะเลสาบ ฉันอาจจะมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในทริปล่องเรือครั้งนั้น: เด็กชายวัยรุ่นกลางคนที่ไม่สามารถคาดคิดได้ในตอนนั้นว่าชีวิตครอบครัวเขาจะยังคงเกี่ยวพันกับ the Southern Lakes District ได้ต่อไปอีกหลายทศวรรษ

น้องสาวคนโตของฉันได้ซื้อบ้านหลังที่สองในวานากา Wanaka ซึ่งอยู่ห่างจากควีนส์ทาวน์ประมาณ 90 นาที โดยเธอหวังว่าจะย้ายไปอยู่ที่นั่นภายในสิ้นปี จากบ้านหลักของเธอในออคแลนด์ Auckland

น้องสาวอีกคนของฉันอาศัยอยู่ในเมืองดันนีดิน Dunedin ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3.5 ชั่วโมง แต่เธอไปสกีแถวนี้ เป็นประจำ ซึ่งเธอรู้จักดี

ครอบครัว และฉันได้จัดกิจกรรมมากมายในช่วง 10 วันที่ฉันอยู่ที่นั่น น้องสาว H ซึ่งชอบการออกกำลังกาย พาฉันไปวิ่งตามเส้นทางยาวตามป่าและเดินขึ้นทางที่เป็นเนินสูง

นอกนั้นฉันได้ลองใช้จักรยานไฟฟ้าเป็นครั้งแรกบนเนินเขารอบๆ บ้านของน้องสาว S ในวานากา Wanaka

ในวันที่ได้ขับรถไปเที่ยวแถวนั้น เราได้ไปเยี่ยมชมเมืองแอโร่ว์ทาวน์ Arrowtown ที่มีประวัติศาสตร์  และขับรถผ่านสนามกอล์ฟมิลล์บรูค Milford Brook

เราลองตกปลาแซลมอนที่บ่อเลี้ยงปลา ซึ่งอยู่ในร้านอาหารที่เค้าก็จัดการทำอาหารจากปลาแซลมอนตัวนั้นที่ลูกค้าตกได้เองให้ด้วย ที่ในโครงการเดียวกันที่ ชื่อฮุค Hook (โชคร้ายที่เราตกปลาไม่ได้)

Lake Wanaka
และเวลาอยากเสพบรรยากาศความเงียบสงบ เราจะขับรถไปเที่ยวที่ชายหาดมีกรวดทรายที่สวยงาม ริมทะเลสาบฮาเวีย Hawea อีก

Sister H, Mum out for a walk
น้องสาว H รู้จักพื้นที่เหล่านี้ดี และให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนๆ ที่เธอรู้จัก สถานที่ ที่เธอไปเมื่ออยู่ในเมือง

พ่อแม่ก็ได้มีส่วนร่วมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ย้ายมา เช่นเดียวกับน้องสาว S ตั้งแต่เธอซื้อบ้านในวานากาเมื่อไม่นานมานี้

นั่นทำให้ฉันรู้สึกเป็นคนแปลกๆ แล้วทำไมฉันถึงไม่ชอบเมืองรีสอร์ทสกีและทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงามอย่างพวกเค้า?

Sunday, 9 June 2024

Mr Handsome returns


Mr Handsome เป็นผู้ชายไทยเกย์หนุ่มที่เคยเขียนโพสต์ให้บล็อก Bangkok of the Mind หรือ BOTM2 (เป็นรุ่นพี่ของบล็อกฉบับนี้) เป็นประจำหลายปีก่อน

เมื่อเข้าเริ่มเขียนในตอนท้ายปี 2006 เข้าได้จบการศึกษาและกําลังจะก้าวหน้าไปสู่ชีวิตการเป็นผู้ใหญ่

ฉันจําไม่ได้ว่าเราพบกันได้ยังไง (เราไม่เคยเจอกันแบบต่อหน้าต่อตานะ)
แต่เรายังคงติดต่อกันทางอีเมลเป็นประจําในช่วงที่เรายังเป็นเพื่อนออนไลน์กันอยู่ในสมัยนั้น

ในเวลานั้นฉันแปลภาษาไทยของเขาให้เป็นภาษาอังกฤษและโพสต์ทั้งสองเรี่องขึ้นที่บล็อกพร้อมกัน
อีกไม่นานเค้ากลายเป็นจุดเด่นของบล็อก เป็นผู้เขียนที่ได้รับการชมเชยนิยมชมชอบเยอะ

แม้ว่าฉันจะไม่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอีกต่อไปเพราะฉันดันไปลบโพสต์อันเก่าดั้งเดิมแล้ว

แต่เมื่อได้ขุดคุยอีเมลเก่า ผมได้ไปเจอโพสต์ภาษาไทยดั้งเดิมของเค้าซะแล้ว
และอยากจะโพสต์ใหม่ที่ BOTM2 นั้น

เขาชอบเขียนในแนวถากถางและเหน็บแนมอย่างเมามันถึงพริกถึงขิงดี

เนื้อหาก็กล้าหาญ สนุกสนาน และคมคาย ไม่แพ้กันตามที่ผู้อ่านประจำจะสังเกตเห็น

เมื่อไปสวมบทผู้เขียน เขามีลีลาความสามารถตามธรรมชาติและชอบแบ่งปันเรื่องราวชีวิตให้เราเสพแบบไม่กั๊กเลย

ฉันไม่แน่ใจว่า Mr H เคยเอาผลงานเขียนไปให้เพื่อนคนไทยของเขาได้ดูบ้างหรือไม่

แต่ Mr H ไม่เคยหมดขุมทรัพย์เรื่องราวที่อยากจะเล่าให้ฟัง
และสามารถทำให้ฉันประหลาดใจด้วยหัวข้อบางอย่างที่เขาเลือกเสมอ

Mr H เขียนเรื่องราวมากกว่า 50 เรื่องระหว่างเดือนธันวาคม 2006
เริ่มต้นด้วยบทเกี่ยวกับการค้นหาแฟนของเขา จนถึงเดือนมิถุนายน 2008
เมื่อเขาปิดท้ายด้วยเรื่องเกี่ยวกับ Camfrog

โพสต์แรกของเขาอยู่ที่นี่ที่นี่ ฉันจะค่อยๆ
โพสต์เรื่องที่เหลือในช่วงสองสามเดือนต่อจากนี่ไป ภายใต้ชื่อ Mr Handsome

PS: ขอบคุณที่เว็บไซต์นี้สําหรับภาพของกรุงเทพ

Saturday, 30 September 2023

20plus club (Postscript 3, final)

แคปชั่นก๊อปจากเน็ต:โรงพยาบาลตำรวจบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ปี พ.ศ. 2542

แจกเสร็จ น้องก็นั่งรอจ่ายบิลอยู่ข้างๆผม

มือน้องสั่น เหงื่อออกเต็มหน้า

ผมชวนเค้าคุย

'ทำไมถึงต้องแจก จม นี้ด้วย' ผมถาม

'ทางแม่และน้องให้แจกทุกครั้งที่เกิดป่วย' เค้าตอบ

เราคุยกันต่อดังกล่าวนี้:

'แกมาเที่ยวเมืองไทยเหรอ'

'มาหลายอาทิตย์แล้ว แต่เกิดป่วยสองครั้งแล้ว ต้องนอนที่ รพ เหมือนพี่'

'มาไทยเพื่อจะหนีครอบครัวใช่มั้ย'

'มาเที่ยวเฉยๆ ผมรู้ว่ามีอาการป่วยบ้าง แต่ไม่ชอบคนสอดแทรกยุ่งกับชีวิต'

ร่างกายน้องสั่นระริกทั้งตัว หน้าตาขุ่นมัวเหมือนพร้อมจะร้องไห้

ผมจับมือเค้าปลอบใจน้องเบาๆ

'ไม่เป็นอะไร ผมเคยมีปัญหากับครอบครัวเหมือนกัน' ผมบอก

'ผมจะถามแกถึงจดหมายได้มั้ย' ผมถามต่อ

เค้าพยักหน้า

'ทำไมถึงยอมให้น้องชายแก เขียนในลักษณะส่วนตัวขนาดนี้'

'ตอนแรกผมรู้สึกช็อคเหมือนกัน ผมให้เค้าแก้เนื้อความให้เบาลงหน่อยแต่น้องไม่ยอม

 'เราเลยตกลงว่า ถ้าเค้าจะเขียนแบบนี้ น้องเราต้องยอมรับด้วยว่า สมัยเด็กเค้าชอบแกล้งผมหนักกว่าเด็กที่โรงเรียนซะอีก'

พูดแล้วน้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ผมบอกต่อ:

'ไม่เป็นอะไรนะ อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวแกจะรู้สึกดีขึ้น ต่อจากนี้ไม่ต้องแจกให้คนอื่นอ่านก็ได้'

น้องบอกว่า

'วันก่อนผมนั่งรถเมล์ เริ่มรู้สึกไม่ไหวเพราะคนแน่น มือเราหงิกแล้วสั่น พอผมขอให้ ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ยืนไปกดกริ่งให้ เค้ามองค้อนขวับใส่ผม ด้วยสายตาที่บอกว่า ขาเป็นง้อยเหรอ ทำไมไม่ลุกขึ้นทำเอง

'บางที่ผมอยากติดป้ายที่หน้าผากที่บอกทุกคนไว้ว่าผมเป็นคนเปราะบาง อาจจะควบคุมอาการไม่อยู่นิดหน่อยหรือทำอะไรไม่รู้ตัวบ้าง ขอให้ช่วยหน่อย'

ผมหัวเราะ ชอบข้อคิดนี้

'ถ้าจะเขียนจริงจะบอกอะไร' ผมถาม

'ผมเป็นออทิสติก ชอบคุย แต่กลัวงู' น้องตอบตลกแล้วก็ยิ้มจางๆ

จ่ายบิลเสร็จแล้ว เราแยกทางกันไป

เราไม่ได้เจอกันอีกเลยแต่ผมก็ยังนึกถึงน้องคนนี้อยู่บ้าง

จดหมายเค้าพาผมไปนึกถึงจดหมายที่พ่อส่งไปหา สมัยนั้นที่ผมยังคบกับแฟนเก่า และพ่อแม่ตั้งหน้าว่าจะไม่ชอบใจ

ครอบครัวเราอาจจะมีประสงค์ที่ดีจริงๆก็ได้

แต่บางครั้งการกระทำของเค้าอาจจะฝังลึกให้เจ็บถึงในหัวใจด้วย

ถ้าเป็นไปได้ เราต้องกำหนดจิต เพื่อความสบายใจของตัวเอง

จากเน็ต คำว่า กำหนดจิต คือ

การกำหนดจิตนี้หมายความว่า ให้ตั้งสติ เป็นวิธีปฏิบัติ สัมปชัญญะมีความรู้ตัวอยู่ตลอดปัจจุบัน อย่างนี้เป็นต้น อดีตไม่เอา อนาคตไม่เอา ให้เอาปัจจุบันที่มันเกิดขึ้น ให้ปฏิบัติอย่างนี้ โดยข้อปฏิบัติง่ายๆ ถ้าเสียใจ มีความทุกข์ใจมันอยู่ในข้อนี้ จึงต้องกำหนดที่ลิ้นปี่ เสียใจหนอๆ หายใจลึกๆ ยาวๆ เสียใจเรื่องอะไร เป็นการป้อนข้อมูล

จะเวิร์คไหม เราต้องลองดู

โพส์ตเด่น

Blast from the past

Jack's Point golf club, with the Remarkables range "คุณเคยมาที่นี่เมื่อก่อนนี้," ผู้จัดการร้านอาหารกล่าวอย่ างเป็นนัย ร้านอาหา...

โพส์ตนิยม